เทคนิคจำกัดความหวานอย่างได้ผล

อาหารจานโปรดในหน้าร้อนคงหนีไม่พ้น น้ำแข็งไส ไอศกรีม น้ำอัดลมเย็นซ่า และสารพัดเครื่องดื่มที่ทั้งหวานทั้งชื่นใจ เริ่มจากหนึ่งแก้ว สองแก้ว บางคนพอหมดร้อนก็ยังติดนิสัยกินของหวานไม่ยอมเลิก เพราะคิดว่าเมนูเหล่านี้จะบรรเทาความเหนื่อย เรียกความสดชื่น และทำให้กระปรี้กระเปร่าได้ แต่เมื่อรับประทานไประยะหนึ่งหากหยุดกิน หรือขาดไปจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง

ภาวะแบบนี้เรียกว่าภาวะขาดน้ำตาล ซึ่งทำให้ต้องกินของหวานในปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลเกินความต้องการ น้ำตาลเหล่านั้นจะแปรรูปเป็นไขมันสะสมไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องต่อระบบต่างๆ ในร่างกายอีกมากมาย ทั้งความดันโลหิต ไขมันในเส้นเลือด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ
ที่พูดมาทั้งหมดดูเหมือนน้ำตาลจะเป็นผู้ร้าย แต่ร่างกายคนเราก็ยังต้องการน้ำตาลอยู่ เพื่อช่วยการทำงานของระบบต่างๆ ที่สำคัญน้ำตาลเป็นอาหารของสมอง ดังนั้นร่างกายจึงควรรับน้ำตาลให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และเลือกกินน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติไม่แปรรูป และจะดีกว่าไหมถ้ามีวิธีที่สามารถสร้างความสดชื่น ในขณะเดียวกันก็จำกัดความหวานให้ร่างกายเราในปริมาณที่พอดีด้วย

กลับตัวปรับใจ
การจำกัดความหวานในช่วงแรก ร่างกายที่เคยชินอาจรู้สึกว่าอาหาร หรือ เครื่องดื่มที่เรารับประทานโดยที่ขาดรสหวานจะไม่คุ้น แต่หากให้เวลากับร่างกายในการปรับตัว ไม่เกิน 10 วัน การรับรสของลิ้นเราจะปรับสภาพให้คุ้นเคยกับรสชาติอาหารที่ไม่หวาน ซึ่งข้อดีคือทำให้เราโหยน้ำตาลน้อยลง
เลือกกิน
ตัวอย่างของการเลือกกินซึ่งเป็นเบื้องต้นที่ทำได้ทันที คือ เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำที่มี รสหวาน น้ำเปล่าช่วยให้ความสดชื่น กำจัดของเสียในร่างกาย ช่วยให้ระบบลำเลียงอาหารและออกซิเจนในร่างกายสะดวก และยังทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น การดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ 8 แก้วต่อวัน จะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณสดใสไม่แห้งกร้านก่อนวัย ต่อมาคือเลือกกินผลไม้สดแทนขนมหวาน ผลไม้สดให้ทั้งวิตามิน เกลือแร่ และมีรสหวานจากธรรมชาติทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ดังนั้นการมีผลไม้สดหลากชนิดไว้ในตู้เย็น จะช่วยกำจัดน้ำตาลที่ไม่จำเป็นได้อีกเยอะ
งดปรุง
ไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ปรุงแต่ง (รสอาหาร) มากเกินไป ไม่ชิมก่อนปรุง ให้เลิกเสีย ถ้าเป็นไปได้ให้งดเติมน้ำตาลลงในอาหารและเครื่องดื่มที่ปรุง มาแล้ว ถ้าจำเป็นต้องกินอาหารจานเดียวนอกบ้าน ถ้าทำได้ควรสั่งอาหารว่าไม่ใส่น้ำตาล หรือหวานน้อยไว้ก่อน
ตัดใจไม่ได้
ถ้าคุณตัดใจไม่ได้ หักดิบกินของไร้น้ำตาลในทันที ถ้าอยากกินน้ำแข็งไส แนะนำให้ลดน้ำหวานและเครื่องทั้งหลาย แทนที่จะเป็นของเชื่อม ให้เปลี่ยนมาเป็นธัญพืชที่กากใยสูงที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ช่วยให้อิ่มท้องได้นาน และลดความอยากกินของหวานได้ด้วย เช่น ลูกเดือย ถั่วแดง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด ลูกพรุน เป็นต้น
ปากต้องสะอาดอยู่เสมอ
การแปรงฟัน หรือบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะของหวาน เป็นเหมือนการล้างรสชาติที่ติดอยู่ในปาก การที่เราไม่บ้วนปากทำให้ต่อมรับรสชาติยังทำงาน ทำให้เรายังมีความอยากกินของหวานหรืออาหารอยู่ จึงรู้สึกเอนจอยอีตติ้งมาก นอกจากทำให้อ้วนยังอาจทำให้ฟันผุได้อีกด้วย
/ขอบคุณ สสส