ม.มหิดลขับเคลื่อน Entrepreneurial University

ม.มหิดล ประกาศขับเคลื่อนนโยบาย “Entrepreneurial University” ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก  พร้อมเปิด  5 พื้นที่สร้างสรรค์ให้นักศึกษาเข้าถึงบรรยากาศด้านวิจัยและสร้างนวัตกรรม 

วันนี้( 24ก.ค.) ที่มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) ศาลายา ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดี มม.แถลงข่าว MAHIDOL:Towards  Being an Entrepreneurial University ว่า จากที่ มม.มีเป้าหมายที่จะเป็น World Class University  หรือมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ดังนั้นมหาวิทยาลัยต้องสร้างนักศึกษาให้เก่ง และมีความเป็น Entrepreneurial คือเก่งในการพัฒนาตนเอง ปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้หมายถึงการเป็นผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว  แต่ต้องเป็นผู้ที่อยู่ที่ไหนก็สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง ต้องเป็นผู้สร้างงานวิจัย องค์ความรุ้ใหม่ๆ มีนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีสามารถใช้เชิงพาณิชย์ ทำประโยชน์ให้สังคม  ซึ่งการที่มม.จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้มหาวิทยาลัยได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินการเพื่อเปลี่ยนแปลง ได้แก่1. ยุทธศาสตร์บูรณาการด้านการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะความเป็นผู้ประกอบการ ที่จะพัฒนาและปรับปุรงหลักสูตรด้านทักษะความเป็นผู้ประกอบการ  เน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  คิดค้นงานวิจัยที่เกิดมาจากความคิดสร้างสรรค์และนำนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนพร้อมทั้งสามารถต่อยอดสู่ผลงานหรือผลิตภัณฑ์ที่สร้างประโยชน์ได้จริงมากขึ้น

ศ.นพ.อุดม  กล่าวต่อไปว่า สำหรับ 2.ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงสหวิทยาการ โดยการสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัย คณาจารย์ หน่วยงานจากภาครัฐ เอกชน และชุมชนในการทำวิจัยที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาและยกระดับศักยภาพด้านสังคมและเศรษฐกิจ  3.ยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายและชุมชนนวัตกรรม มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายที่ครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งศิษย์เก่า องค์กรภาครัฐ และชุมชน  4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรุู้และนวัตกรรม มุ่งบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการดำเนินงานและพัฒนาบุคลากร โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การเปิดโอกาสให้บุคลากรของสถาบันเพิ่มพูนทักษะและความรู้ และ5.ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สร้างสรรค์ มุ่งเน้นการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรม เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม โดยมีกิจกรรมต่างๆรองรับ โดยเฉพาะการพัฒนาต้นแบบสิ่งประดิษฐ์ เช่น Makerspace การสนับสนุนพื้นที่ Co-Working Space เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงานร่วมกันและรองรับการพัฒนาธุรกิจใหม่
 
“ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมหิดลยังได้เปิด Innovation Space 5 แห่งได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ วิทยาเขตพญาไท 2.วิทยาลัยนานาชาติ 3.คณะวิศวกรรมศาสตร์  4.อาคารเจรจานวัตกรรม  และ 5. ศูนย์พัฒนาเครื่องมือแพทย์และนวัตกรรมทางสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งดำเนินการร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยแต่ละพื้นที่จะมีเครื่องมือและบริการที่ต่างกัน เพื่อให้สามารถพัฒนานวัตกรรมเฉพาะทางที่สร้างคุณค่าและสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การพัฒนา startup หรือ spin-off ซึ่งเป็นการนำผลงานนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง “ ศ.นพ.อุดม  กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews