จัดระเบียบเงินบริจาค!! นำเงินเข้าระบบหรือมีนัยอื่น?

จัดระเบียบเงินบริจาค!! นำเงินเข้าระบบหรือมีนัยอื่น?
สัปดาห์นี้มาตั้งคำถามกรณีรัฐบาลจัดระเบียนการใช้เงินของวัดและของพระคุณเจ้าว่าเป็นการนำเงินเข้าระบบธรรมดาหรือมีนัยอื่นๆ ใครรู้ช่วยคอมเม้นท์ทีเถอะ!!

“…ที่ผ่านมาเราพบว่า เวลาไปบริจาคเงินให้กับวัดเราไม่เคยได้รับอนุโมทนาบัตร หรือที่ได้มาก็ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ เพราะบางครั้งอาจจะเขียนชื่อผิดหรือที่มีแต่เมื่อจะนำมาใช้กลับสูญหาย ดังนั้นเราจึงเห็นว่าผู้บริจาคเงินไม่ต้องยื่นเอกสาร เพราะจะมีข้อมูลยอดบริจาคเข้ามาในระบบเลย ซึ่งก็จะสะดวกทั้ง ที่ไม่ต้องพิมพ์ใบอนุโมทนาบัตรและผู้บริจาคก็ไม่ต้องมีภาระเก็บเอกสารด้วย..”

ผมยกคำพูดบางตอนที่ นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ได้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเอาไว้ว่าเหตุผลที่กรมสรรพากร จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริจาคเงินถวายวัดหรือศาสนสถานอื่นๆ รวมทั้งโรงเรียนด้วยการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยระบบนี้ปัจจุบันนำร่องแล้วที่วัดในจังหวัดน่าน พูดตรงๆ ระบบนี้ผมไม่เชื่อว่ากรมสรรพากรจะจัดระเบียบได้อย่างทั่วถึง

แค่ตั้งคำถามว่า…ยอดเงินบริจาคเท่าไรจึงจะต้องเข้าระบบจดบันทึก?, ระบบการบันทึกเป็นอย่างไร? และที่ว่าอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนนั้นอำนวยความสะดวกอย่างไร? สำหรับวัดต่อไปนี้จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีตู้บริจาค และการบริจาคเงินนั้นบริจาคแบบไหนจึงจะบันทึกได้หรือไม่ได้ จดจะเฉพาะวัดเท่านั้นหรือรวมทั้งสำนักสงฆ์ที่พักสงฆ์ด้วย หรือเกิดบางรายหัวใสโยกเงินไปอย่างอื่นแบบนี้จะตรวจสอบอย่างไร?

เพราะบางวัดมีตู้บริจาคทั้งค่าน้ำ-ค่าไฟ, ค่าศึกษาพระปริยัติธรรม, ค่าภิกษุอาพาธหรือแม้กระทั้งการบำรุงวัด บูรณะวัดวาอารามต่างๆ และระบบนี้เงินที่ได้มาอนาคตจะบริหารจัดการอย่างไร จะเหมือนเดิมหรือมีฆราวาสเข้าไปจัดการแล้วห้ามพระห้ามยุ่งกับเงินบริจาค และมาตรการนี้ใช้กับทุกศาสนาใช่หรือไม่

บางศาสนาเขาถือว่าการบริจาคเงินที่หามาได้ คือ “หน้าที่” ของความเป็นมนุษย์ในการที่จะช่วยเหลือสังคมและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง แบบนี้หากเขาปฎิเสธไม่รับการบันทึกจะว่าอย่างไร ซ้ำโรงเรียนเอกชนบางแห่งรับเงินอุดหนุนบริจาคจากต่างประเทศ หากเข้าเงื่อนไขแบบนี้ ทางโรงเรียนหรือมูลนิธิของศาสนานั้นๆ จะตอบสนองอย่างไร?

เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมไปงานพระราชทานเพลิงศพพระคุณเจ้ารูปหนึ่ง พวกเราในฐานะคนวัดและมหาเปรียญก็ถกกันในประเด็น “จัดระเบียบเงินบริจาค” นี้ มี 2-3 รายตั้งคำถามว่า…การที่รัฐบาลจัดเก็บจัดระเบียบเงินบริจาคแบบนี้ “เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลถังแตก” ตามข่าวลือ หลายคนมองว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น

แต่เป็นไปได้ว่า “รัฐบาลต้องการจัดระเบียบการใช้เงินของวัดและของพระคุณเจ้า” ส่วนศาสนาอื่นๆ ไม่รู้ว่ารัฐบาลเข้าไปจัดระเบียบอย่างไร และหากศาสนานั้นๆ ไม่ยอมรัฐจะเข้าไปดำเนินคดีอย่างไร?

ความจริงสรรพากรรู้หรือไม่ว่า…กฎระเบียบการรับเงินบริจาค การทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดมีมาตั้งแต่ปี 2511กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 2 ออกความตามในพระราชบัญบัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ให้วัดที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องต้องจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย โดยต้องข้อมูลให้เจ้าคณะปกครองปีละ 1 ครั้ง ก่อนปรับเปลี่ยนในปี 2550 ต้องส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแทน

สำหรับพระคุณเจ้าก็อย่าเพิ่งตกใจกับข่าวแบบนี้ เท่าที่ทราบระบบอิเล็กทรอนิกส์ นี่ยังไม่ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่อาจมีนำร่องทดลองบางจังหวัด บางวัด แต่ที่สำคัญระบบนี้หากคนมันจะโกงก็ใช่ว่าจะป้องกันได้ ดูงบประมาณแผ่นดินสิ…ป้องกันยิ่งกว่าเงินบริจาค แต่หากคนจะโกง…ป้องกันได้ไหม??

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์